วันจันทร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2551

อรุณเบิกฟ้า

อรุณเบิกฟ้า


ชื่อวิทยาศาสตร์ Mandevilla amoena hort.

ตระกูล Rose Dipladenia
ชื่อสามัญ -

ลักษณะทั่วไป เป็นไม้เถาเลื้อยประเภทเนื้อแข็ง ขนาดกลาง มีอายุยืนยาวหลายปี ทุกส่วนของลำต้นกิ่งใบและดอกมียางสีขาว ใบหยาบสีเขียวเข้มรูปรีแกมไข่ยาว ขนาดกว้าง 1 - 2 นิ้ว ยาว 2-4 นิ้ว ปลายใบเรียวแหลมโคนมนสีเขียวเข้มเป็นมัน ดอกสีขาวอมชมพู ออกเป็นช่อตามซอกใบ ช่อละ 3 - 4 ดอก ดอกทรงรูปแตรโคนเชื่อมกันเป็นหลอด ปลายแยกเป็นกลีบๆ มี 5 กลีบด้วยกัน เรียงเวียนตามเข้มนาฬิกา ดอกใหญ่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3-4 นิ้ว เป็นดอกที่งามออ่นหวาน ดอกบานทน 5 - 6 วัน กลีบดอกอ่อนพริ้วดอกสีสวยเอามากๆ
ฤดูกาลออกดอก ออกดอกตลอดทั้งปี
สภาพการปลูกอรุณเบิกฟ้า เป็นไม้กลางแจ้ง แสงแดดจัด ชอบดินโปร่ง น้ำปานกลาง แสงแดดต้องเต็มๆวันถ้าไม่เต็มวันควรปลูกในที่มีแดดส่องในยามเช้าสักครึ่งวันจะดีกว่า
การดูแลรักษาปลูก

ได้ในดินทุกชนิด ดินที่ใช้ปลูกต้องโปร่งและระบายน้ำได้ดี ให้ปลูกโหย่งโคนรากขึ้นเหนือผิวดินสักหน่อยจะช่วยให้ต้นไม้ไม่สำลักน้ำเมื่อฝนตกหนักๆ ต้นอรุณเบิกฟ้าค่อนข้างอ่อนไหวง่ายกับน้ำท่วมขังรากจะเน่าง่ายมาก และถ้าดินแน่นแข็ง ต้นก็จะแคระแกร็น มีดอกน้อยให้ดอกเล็ก แสงแดดต้องเต็มวันจะช่วยให้ดอกที่สมบูรณ์ ดอกโต สีสันสดใส การปลูกเป็นซุ้มไม้เลื้อยที่ไม่สูง อาจปลูกเป็นกระโจมในกระถางที่ใหญ่สักหน่อยหรือปลูกให้เลื้อยเถาไปตามรั้วไม้เตี้ยๆก็จะดี ถ้าปล่อยให้เลื้อยสูง ต้นจะผอมแกร็น ไม่แตกกิ่ง ไม่ให้ดอก



คริสต์มาส


คริสต์มาส

ชื่อสามัญ Poinsettia
ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia pulcherima.
ตระกูล EUPHORBIACEAE
คริสต์มาสเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกับโกสนและโป๊ยเซียน ใบจะมีสีเขียวเข้ม ขอบใบหยัก ลำต้นจะมีสีน้ำตาลยกเว้นส่วนที่ยังอ่อนจะเป็นสีเขียว ดอกจะมีสีแดงออกอยู่บริเวณยอดของก้าน แต่อันที่จริงดอกที่เราเห็นอยู่นั้นก็คือใบประดับ ที่เปลี่ยนจากสีเขียวมาเป็นสีแดงนั้นเอง
ต้นไม้ชนิดนี้ที่ได้ชื่อเรียกว่า คริสต์มาสเพราะใบอ่อนด้านบนของต้นจะมีสีแดงสดในช่วงปลายปีถึงต้นปีชึ่งเป็นช่วงที่ประเทศตะวันตก มีการเฉลิมฉลองในเทศกาลครีสต์มาสจึงมีการนำเอาต้นไม้ชนิดนี้มาตกแต่งสถานที่ให้เข้ากับเทศกาล ความโดดเด่นของต้นคริสต์มาสอยู่ที่ใบด้านบนที่มีสีแดงสด ส่วนใบล่างจะมีสีเขียว ใบเป็นหยัก 3 - 4 หยักเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลางสูงได้ถึง 3 เมตร แตกกิ่งค่อนข้างชี้ตั้งขึ้น เป็นพุ่มแน่น
สภาพการปลูก
เป็นพรรณไม้ทีปลูกที่แสงแดดกึ่งรม ปลูกเป็นไม้ประดับได้ทั้งกลางแจ้งและปลูกเป็นไม้กระถางภายในอาคาร ปลูกได้ดีในดินร่วนซุย ส่วนผสมของดินใช้ดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 1 สวน เศษใบไม้ผุ 1 สวน
การขยายพันธุ์
ขยายพันธุ์โดยการตัดกิ่งปักชำ

ดอกเบญจมาศ



ดอกเบญจมาศ

(Chrysanthemum, Chrysanthemum morifolin)เบญจมาศเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่นิยมปลูก เพื่อเลี้ยงและใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งสามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศไทย แต่ถ้าปลูกในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นจะได้ดอกที่มีคุณภาพดี รูปทรงสวยงาม สีสันสดใส มีพันธุ์ต่างๆ มากมาย หลายสี และหลายฟอร์ม นอกจากใช้เป็นไม้ตัดดอกแล้วยังสามารถใช้เป็นไม้กระถาง และไม้ปลูกประดับสวนได้ดีอีกด้วย ตามธรรมชาติมีฤดูกาลออกดอกในช่วงกลางวันสั้น คือระหว่างเดือนตุลาคมถึงมกราคม โครงการหลวงได้รวบรวมพันธุ์เบญจมาศจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน เนเธอร์แลนด์ อิสราเอล และสหรัฐอเมริกา มาทำการปลูก ทดลอง แล้วคัดพันธุ์ที่ดีทำการขยายต้นพันธุ์ปลอดโรคโดยวิธีเพาะเลี้ยงเนี้อเยื่อ นำไปส่งเสริมให้ชาวเขาปลูกกันเป็นอาชีพเพื่อทดแทนการปลูกฝิ่น ซึ่งนับว่าประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก ชาวเขาสามารถผลิตดอกเบญจมาศที่มีคุณภาพได้ตลอดปีภายในเรือนโรงกันฝนและแมลง มีการบังคับการออกดอกของ เบญจมาศ โดยการ ควบคุม ด้วยการให้ ไฟฟ้าในเวลากลางคืน












ดอกแอสเตอร์



ดอกแอสเตอร์

ดอกแอสเตอร์ (Aster, Michaelmas Daisy, Aster ericoides)แอสเตอร์ชนิดใหม่ที่เราใช้ดอกในการจัดแจกันในทุกวันนี้ไม่ใช่แอสเตอร์จีน(Aster chinensis) ซึ่งเป็นไม้ล้มลุก (annual) ปลูกจากเมล็ดในฤดูหนาว เมื่อออกดอกแล้วจะถอนต้นที่มีดอกติดอยู่ด้วยจำหน่าย แต่แอสเตอร์ที่นิยมนี้ เป็นแอสเตอร์ ชนิด Aster ericoides เป็นพันธุ์ไม้ข้ามปี (perinnial) เมื่อออกดอกแล้วต้นจะไม่ตาย สามารถปลูกให้ออกดอกได้เรื่อยๆไปและให้ดอกได้ตลอดปี ยิ่งถ้าให้ไฟฟ้าเพิ่มในตอนกลางคืนแล้ว มีดอกลักษณะคล้ายดาวบานสะพรั่ง จึงเรียกดาวเงินในพันธุ์ที่ให้ดอกสีขาว ดาวอังคารที่ให้ดอกสีชมพู ดาวพระศุกร์ที่ให้ดอกสีม่วง และดาวทอง (solidaster)ที่ให้ดอกสีเหลืองซึ่งเป็นลูกผสมของสร้อยทอง (solidago)
ดอกแอสเตอร์นั้นนิยมปลูกกันมากกว่าจิปโซฟิลล่า เพราะปลูกได้ง่ายกว่า ดอกก็สามารถใช้แทนกันได้ และตลาดก็มีความต้องการในปริมาณมาก

ภาษาดอกไม้


ภาษาดอกไม้


โบราณกาลนั้นถือว่าดอกไม้คือสัญลักษณ์ ในบทประพันธ์คลาสสิคมักจะกล่าวถึงดอกไม้ในทางเปรียบเปรยความงามของหญิงสาว หรือสื่อสัญลักษณ์ของความรักผ่านถ้อยคำที่พรรณนาถึงดอกไม้ แม้แต่ William Shakespear การเขียนถึงดอกไม้ก็มักจะถูกเขียนสอดแทรกไว้ในบทประพันธ์ของเขาเสมอ
ในภาษาของดอกไม้ ดอกไม้แต่ละชนิดสื่อความหมายที่แตกต่างกัน การเลือกสรรดอกไม้เพื่อสื่อความหมายให้ตรงใจผู้ให้ และถูกใจผู้รับถือเป็นศิลปะของการสานความสัมพันธ์
ดอกกุหลาบ หมายถึงความรัก ในแต่ละสีสันของดอกกุหลาบจะบ่งบอกความรักในแง่มุมที่แตกต่างกัน เช่นดอกกุหลาบสีแดงหมายถึงรักแท้ และในความรักนั้นก็ค่อนข้างร้อนแรงอยู่พอสมควร
กุหลาบสีขาวหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ไม่หวังสิ่งตอบแทนกุหลาบสีเหลืองหมายถึงความรักที่ลดน้องลง และความรักที่ไม่ซื่อสัตย์